รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบล
  ทำเนียบผู้บริหาร
  วิสัยทัศน์พันธกิจ
  แผนปฏิบัติการ
  แนวทางการทำงานของ สสจ.
  ระบบเครือข่ายภายใน
  ข่าวประชาสัมพันธ์
  ประกวดราคา จัดซื้อจัดจ้าง
  ข่าวอบรม/สัมนา/ศึกษาต่อ
  กระดานข่าว webboard
  สมุดเยี่ยม guest
  แบบสำรวจความคิดเห็น

   ข้อมูลข่าวสารสาธารณสุข
  ข้อมูลทั่วไป
  ข้อมูลประชากร
  ข้อมูลบุคคลากร
  ข้อมูลสถานพยาบาล
  ข้อมูลสถิติชีพ
  ข้อมูลสาเหตุการตาย
  ข้อมูลสาเหตุการป่วย(ผป.นอก)
  ข้อมูลสาเหตการป่วย(ผป.ใน)
  ข้อมูลทางระบาดวิทยา
  ข้อมูลสถานการณ์ไข้หวัด 2009
  ระบบฐานข้อมูล 18 แฟ้ม

   กลุ่มงานใน สสจ.นราธิวาส
  กลุ่มงานยุทธศาสตร์ฯ
 
งานบริหาร
  งานควบคุมโรคฯ
  กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค
 
กลุ่มงานประกันสุขภาพ
  งานส่งเสริมสุขภาพฯ
 
งานโรคเอดส์และสุขภาพจิต
  งานพัฒนาทรัพยากรบุคคลฯ
 
งานอาชีวะอนามัยฯ
  งานทันตสาธารณสุข

 ลิงค์ภายใน สสจ.
  Upload & Download
  Intranet
  E-Office
  ระบบวันลา


ข่าวประชาสัมพันธ์ ::.

    นราธิวาส...รณรงค์ประชาชนบริโภคเกลือไอโอดีน เนื่องในวันไอโอดีนแห่งชาติ

          สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาสรณรงค์ให้ประชาชนบริโภคเกลือไอโอดีน เนื่องในวันไอโอดีนแห่งชาติ (วันที่ 25 มิถุนายน ของทุกปี) เพื่อการป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน นายแพทย์ศิริชัย ลีวรรณนภาใส นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า วันที่ 25 มิถุนายน ของทุกปี เป็นวันไอโอดีนแห่งชาติ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาสจึงขอความร่วมมือให้ประชาชนบริโภคเกลือไอโอดีน เพื่อการป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน ซึ่งไอโอดีนเป็นสารอาหารที่มีความสำคัญต่อร่างกาย หากร่างกายขาดสารไอโอดีนนอกจากจะเป็นโรคคอพอกแล้ว ถ้ากินอาหารที่มีสารไอโอดีนไม่เพียงพอติดต่อกันนานๆ จะทำให้เป็นโรคขาดสารไอโอดีนได้ โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ จะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการแท้งลูก ลูกที่คลอดออกมามีโอกาสเป็นเอ๋อ หรือปัญญาอ่อนรูปร่างเตี้ย แคระแกรน ในเด็กเล็กและเด็กวัยเรียนทำให้สมองเติบโตช้ามีปัญหาเรื่องการเรียน และเป็นโรคคอพอกในวัยผู้ใหญ่ นอกจากพบเป็นคอพอกแล้ว ยังทำให้มีอาการอ่อนเพลีย เชื่องช้า ซึม เป็นต้น ซึ่งแหล่งอาหารที่ดีที่สุด ได้แก่ เกลือที่ได้จากน้ำทะเลหรือเกลือสมุทร อาหารทะเล พืชทะเล เช่น สาหร่ายต่าง ๆ และพืชผักที่ปลูกบนพื้นดินที่มีไอโอดีนอุดมสมบูรณ์ นอกจากนี้พบในสับปะรด ลูกแพร์ ส้ม แอปเปิ้ล ผักโขม กระจับ กระเทียม มันฝรั่ง หน่อไม้ฝรั่ง มะเขือเทศ ไข่แดง และเนยแข็ง แต่สำหรับผักตระกูลกะหล่ำ จะขัดขวางการใช้ไอโอดีนในร่างกาย ควรหุงต้มให้สุกก่อนบริโภคจะช่วยลดสารต่อต้านนี้ได้มาก นายแพทย์ศิริชัยฯ กล่าวต่อไปว่า โรคดังกล่าวสามารถป้องกันได้ด้วยการกินอาหารทะเลให้บ่อยขึ้น ใช้เกลือเสริมไอโอดีนปรุงอาหารทุกวัน และดื่มน้ำเสริมไอโอดีนอย่างสม่ำเสมอ  

           :- งานประชาสัมพันธ์ - เมื่อ : 22/6/10


    สธ. นราธิวาส จับมือกับพันธมิตรเดินหน้าควบคุมโรคเท้าช้างในพื้นที่เสี่ยง 8 อำเภอ

          สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาสจับมือกับพันธมิตรเดินหน้าควบคุมโรคเท้าช้างในพื้นที่เสี่ยง 8 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสุไหงปาดี, เมือง, ตากใบ, สุไหงโก-ลก, เจาะไอร้อง, บาเจาะ, ระแงะ และ อำเภอยี่งอ นายแพทย์ศิริชัย ลีวรรณนภาใส นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า โรคเท้าช้างเป็นโรคติดต่อที่เกิดจากพยาธิที่อาศัยอยู่ในร่างกาย แล้วทำให้เกิดการอุดตันของท่อน้ำเหลืองในร่างกาย ทำให้อวัยวะส่วนปลายบวมโตเกิดความพิการ และดำรงชีวิตด้วยความยากลำบาก โดยมียุงเสือเป็นพาหะนำโรค ซึ่งจังหวัดนราธิวาสมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเกิดโรคเท้าช้าง คือ มีป่าพรุเป็นบริเวณกว้าง เนื้อที่ประมาณ 261,860 ไร่ ลักษณะเป็นป่าดงดิบ มีน้ำขังตลอดปี เหมาะต่อการเพาะพันธุ์ของยุงเสือ และมีแมว ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงในบ้าน เป็นแหล่งรังโรคที่สำคัญ ทำให้การควบคุมโรค ยังไม่ประสบความสำเร็จในช่วงที่ผ่านมา นายแพทย์ศิริชัยฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันพื้นที่ที่มีการแพร่เชื้อโรคเท้าช้าง ในจังหวัดนราธิวาสที่จะต้องดำเนินการกวาดล้างโรคเท้าช้างมีจำนวน 141 หมู่บ้าน 26 ตำบล ใน 8 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสุไหงปาดี, เมือง, ตากใบ, สุไหงโก-ลก, เจาะไอร้อง, บาเจาะ, ระแงะ และ อำเภอยี่งอ โดยอำเภอที่พบผู้ป่วยโรคเท้าช้างสูงสุด คือ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาสจึงได้กำหนดเป็นนโยบายระดับจังหวัดที่สำคัญ ตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา โดยได้จัดทำโครงการกวาดล้างโรคเท้าช้าง จังหวัดนราธิวาส และตั้งเป้าหมายที่จะต้องดำเนินการให้สำเร็จ ภายในปี 2555 สำหรับปี 2553 นี้ได้มีพิธีเปิดโครงการรณรงค์กวาดล้างโรคเท้าช้าง เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระเกียรติขึ้น ซึ่งมีกิจกรรมต่างๆ เช่น การแห่ขบวนช้าง การแสดงปัญจซีละ แจกยาโรคเท้าช้าง นิทรรศการต่างๆ เป็นต้น โดยมีนายธนน เวชกรกานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธีเปิด ในวันที่ 10 มิถุนายน 2553 เวลา 08.30-15.00 น. ณ โรงเรียนบ้านกาแร หมู่ 2 ตำบลลุโบะบือซา อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส จึงขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง 8 อำเภอ โปรดให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและ อสม. โดยการกินยาเพื่อกำจัดโรคเท้าช้างให้หมดไปจากจังหวัดนราธิวาส หากผู้ที่กินยาแล้วมีอาการข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน มึนงง เวียนศีรษะ หรือมีไข้ ไม่ต้องตกใจ ขอให้นอนพัก ถ้ามีไข้ให้กินยาลดไข้ และควรกินยาหลังอาหารเพราะจะทำให้อาการข้างเคียงของยาลดน้อยลงหรือไม่มีเลย สิ่งสำคัญที่สุดในการป้องกันและควบคุมโรคเท้าช้าง คือ ป้องกันไม่ให้ยุงกัด คนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านที่มีการแพร่ระบาดของโรคหรือพื้นที่เสี่ยง ต้องกินยาโรคเท้าช้าง ปีละ 1 ครั้ง และถ้าสงสัยให้เจาะเลือดตรวจปีละ 1 ครั้ง อย่าลืมว่ากินยาปีละหน เท้าคนไม่เป็นเท้าช้าง และ กินยาทุกคน ชุมชนปลอดโรคเท้าช้าง  

           :- งานประชาสัมพันธ์ - เมื่อ : 4/6/10


    สสจ. นราธิวาส ได้จัดประชุมวิชาการประจำปี 2553 ครั้งที่ 5 ภายใต้แนวคิด “องค์กรคุ

          เมื่อวันที่ 25-26 พฤษภาคม 2553 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส ได้จัดประชุมวิชาการประจำปี 2553 ครั้งที่ 5 ภายใต้แนวคิด “องค์กรคุณภาพ และสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม” เพื่อให้บุคลากรสาธารณสุขทุกสาขาวิชาชีพ ได้มีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งในส่วนขององค์ความรู้ ประสบการณ์ และข้อมูลทางวิชาการ อันเป็นการส่งเสริมคุณภาพการให้บริการที่ดีแก่ประชาชน และมีความรับผิดชอบของสถานบริการต่อสังคมมากยิ่งขึ้น รวมทั้งเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและก่อให้เกิดความสามัคคี ร่วมมือ ร่วมใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุข ณ โรงแรมอิมพีเรียล อำเภอเมืองนราธิวาส โดยนายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธีเปิด  

           :- งานประชาสัมพันธ์ - เมื่อ : 27/5/10


    สธ. นราธิวาส แนะสถานศึกษาเตรียมรับมือการระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่

          สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส แนะนำสถานศึกษาเตรียมการรับมือการระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ในสถานศึกษา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดใหญ่ขึ้นในโรงเรียน นายแพทย์ศิริชัย ลีวรรณนภาใส นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ปัจจุบันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ยังมีการแพร่กระจายอย่างมาก ซึ่งสถานศึกษาเป็นแหล่งหนึ่งที่มีความเสี่ยงสูงของโรคที่จะแพร่กระจาย ทำให้เกิดการระบาดในกลุ่มนักเรียน นักศึกษา อาจารย์และเจ้าหน้าที่อย่างรวดเร็ว และยังเป็นแหล่งที่จะกระจายเชื้อต่อเนื่องออกไปสู่ชุมชน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดใหญ่ขึ้นในสถานศึกษา สถานศึกษาสามารถเตรียมความพร้อมรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวได้ ดังนี้ 1. ควรจัดทีมงานในการป้องกันควบคุมโรค โดยประสานงานกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อติดตามสถานการณ์ของพื้นที่ใกล้เคียง 2. ควรจะมีการจัดระบบการติดตามการขาดเรียนของเด็กนักเรียน หากพบขาดเรียนผิดปกติ (ตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปในห้องเรียนเดียวกัน) และสงสัยว่าป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ให้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อสอบสวนและควบคุมโรค 3. ควรจัดห้องพยาบาลสำหรับการแยกสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ (ถ้าทำได้) 4. ควรแนะนำให้นักเรียนที่มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ (ไข้ ไอ เจ็บคอ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว) ให้พักรักษาตัวที่บ้าน หากมีอาการป่วยรุนแรง (หายใจเร็ว หายใจลำบาก หอบเหนื่อยอาเจียนมาก ซึม อาการ ไม่ดีขึ้นหลัง 48 ชั่วโมง นับตั้งแต่เริ่มป่วย) ควรรีบไปพบแพทย์ 5. ควรมีคำแนะนำ (เอกสาร โปสเตอร์ อีเมลล์) ให้กับนักเรียน เกี่ยวกับการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ รวมถึงการให้คำแนะนำการปฏิบัติตัวกับเด็กป่วย 6. แนะนำ และสนับสนุนให้นักเรียนล้างมือบ่อยๆ โดยการจัดให้มีอ่างล้างมือ น้ำและสบู่ อย่างเพียงพอ 7.สถานศึกษาที่ยังไม่พบการระบาดควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องมีการนำนักเรียนจำนวนมากมารวมตัวกัน เป็นต้น  

           :- งานประชาสัมพันธ์ - เมื่อ : 25/5/10


    สาธารณสุขนราธิวาส แนะประชาชนเฝ้าระวังโรคไข้เลือดออก

          สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส แนะนำประชาชนในการเฝ้าระวังโรคไข้เลือดออก โดยการอย่าให้ยุงเกิดและอย่าให้ยุงกัด นายศิริชัย ลีวรรณนภาใส นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ช่วงนี้สภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลงบ่อยทั้งอากาศร้อนและมีฝนตกเป็นช่วงๆ จึงเอื้ออำนวยต่อการเกิดโรคไข้เลือดออก ทำให้มีน้ำท่วมขัง ยุงลายจึงสามารถเจริญเติบโตได้ดี ดังนั้นเพื่อเฝ้าระวังและป้องกันมิให้มีการระบาดของโรคไข้เลือดออกมากขึ้น ประชาชนสามารถป้องกันโรคไข้เลือดออกได้ ดังนี้ 1. อย่าให้ยุงเกิด โดยการขัดล้างขอบภาชนะ ปิดฝาภาชนะเก็บน้ำให้มิดชิด ปล่อยปลากินลูกน้ำ หมั่นตรวจดูแจกันและเปลี่ยนน้ำทุกสัปดาห์ ใส่ทรายอะเบท เป็นต้น 2. อย่าให้ยุงกัด โดยการนอนในมุ้ง ทายากันยุง จัดห้องให้มีแสงสว่างเพียงพอ จุดยากันยุง นายแพทย์ศิริชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า หากมีอาการหรือพบผู้ที่มีอาการไข้สูง รับประทานยาลดไข้แล้วไข้ไม่ลด เบื่ออาหาร หน้าแดง ปวดศีรษะ ร่วมกับคลื่นไส้อาเจียนและมีอาการปวดท้องหรือมีจุดเลือดสีแดงตามตัว แขน ขา ควรรีบไปโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์ทันที ทั้งนี้ ห้ามรับประทานยาลดไข้แอสไพริน เพราะมีฤทธิ์ทำให้เลือดแข็งตัวช้า จะทำให้เลือดออกง่ายขึ้น  

           :- งานประชาสัมพันธ์ - เมื่อ : 25/5/10


จำนวน: 158 ข่าว อยู่หน้า 4 ทั้งหมด 32 หน้า - [|<-]  [<-]  [->]  [->|
ไปหน้า | 1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  |
..............................................................................................................................................................................................
สร้างสรรค์และพัฒนาโดย ศูนย์เทคโนโลยีและการสื่อสาร สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส
Narathiwat Provincial Public Health Office Tel. 0-7353-2056 -65 ต่อ 301
ติดต่อ Webmaster e-mail:sangksm@yahoo.com