รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบล
  ทำเนียบผู้บริหาร
  วิสัยทัศน์พันธกิจ
  แผนปฏิบัติการ
  แนวทางการทำงานของ สสจ.
  ระบบเครือข่ายภายใน
  ข่าวประชาสัมพันธ์
  ประกวดราคา จัดซื้อจัดจ้าง
  ข่าวอบรม/สัมนา/ศึกษาต่อ
  กระดานข่าว webboard
  สมุดเยี่ยม guest
  แบบสำรวจความคิดเห็น

   ข้อมูลข่าวสารสาธารณสุข
  ข้อมูลทั่วไป
  ข้อมูลประชากร
  ข้อมูลบุคคลากร
  ข้อมูลสถานพยาบาล
  ข้อมูลสถิติชีพ
  ข้อมูลสาเหตุการตาย
  ข้อมูลสาเหตุการป่วย(ผป.นอก)
  ข้อมูลสาเหตการป่วย(ผป.ใน)
  ข้อมูลทางระบาดวิทยา
  ข้อมูลสถานการณ์ไข้หวัด 2009
  ระบบฐานข้อมูล 18 แฟ้ม

   กลุ่มงานใน สสจ.นราธิวาส
  กลุ่มงานยุทธศาสตร์ฯ
 
งานบริหาร
  งานควบคุมโรคฯ
  กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค
 
กลุ่มงานประกันสุขภาพ
  งานส่งเสริมสุขภาพฯ
 
งานโรคเอดส์และสุขภาพจิต
  งานพัฒนาทรัพยากรบุคคลฯ
 
งานอาชีวะอนามัยฯ
  งานทันตสาธารณสุข

 ลิงค์ภายใน สสจ.
  Upload & Download
  Intranet
  E-Office
  ระบบวันลา


ข่าวประชาสัมพันธ์ ::.

     การป้องกันโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง ( ต่อ )

          ในส่วนของประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขได้จัดระบบการเฝ้าระวังและควบคุมโรคดังกล่าวไว้อย่างชัดเจน ซึ่งจะช่วยให้ค้นหาผู้ป่วยได้รวดเร็วและป้องกันควบคุมโรคได้ผลดี ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมเป็นต้นมา มีผู้ป่วยสงสัยที่เดินทางมาจากประเทศเวียดนามและฮ่องกง จำนวน 5 ราย เสียชีวิต 1 ราย (รายงานขององค์การอนามัยโลกมีผู้ป่วย 3 ราย เสียชีวิต 1 ราย เป็นข้อมูลที่ยังไม่ล่าสุด) ผู้เสียชีวิตเป็น นายแพทย์ขององค์การอนามัยโลกที่มีประวัติเดินทางไปสอบสวนการเกิดโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรงที่ประเทศเวียดนาม และได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลบำราศนราดูร ตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2546 เสียชีวิตเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2546 อนึ่ง ตลอดระยะเวลาที่เข้ารับการรักษาในประเทศไทย เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานได้ให้การดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างเต็มที่ และมีมาตรการป้องกันการติดเชื้อในบุคลากรที่เข้มงวด จนถึงขณะนี้ไม่มีบุคลากรในโรงพยาบาลที่ติดเชื้อจากผู้ป่วย ส่วนผู้ป่วยสงสัยอีก 3 ราย ได้รับการดูแลอาการจนหายเป็นปกติและได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว อีก 1 ราย อาการดีขึ้นมาก คาดว่าจะออกจากโรงพยาบาลเร็วๆ นี้ และไม่ปรากฏการแพร่กระจายเชื้อต่อไปในชุมชน องค์การอนามัยโลกจึงรายงานว่า ประเทศไทยไม่มีการแพร่ระบาดของโรคภายในประเทศ มาตรการดำเนินงานของกระทรวงสาธารณสุข แม้ประเทศไทยยังไม่มีการระบาดของโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง แต่เนื่องจากการระบาดของโรคอยู่ในภูมิภาคนี้ และยังไม่ทราบการติดต่อของโรคนี้ที่ชัดเจน จากข้อมูลการสอบสวนโรค เบื้องต้น ผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อจากผู้ป่วยรายแรก ๆ มักมีประวัติเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดหรือเป็นบุคลากรสาธารณสุข ในโรงพยาบาล จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีมาตรการพิเศษเพื่อป้องกันมิให้เกิดการระบาดของโรคเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งมาตรการสำคัญที่กระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการ มีดังนี้ 1. การติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์โรค กระทรวงสาธารณสุขได้จัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจ ฯ เพื่อติดตามสถานการณ์การเกิดโรคในต่างประเทศอย่างใกล้ชิด และจัดทำแนวปฏิบัติในการเฝ้าระวัง สอบสวน วินิจฉัย รักษา และควบคุมโรค แจกจ่ายให้แก่บุคลากรสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องทั่วประเทศ 2. เร่งรัดการเฝ้าระวังโรคภายในประเทศ โดยแจ้งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและโรงพยาบาล ทุกแห่งทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศให้ดำเนินการเฝ้าระวัง สอบสวน และรายงานผู้ป่วยสงสัยทันที เพื่อการควบคุมโรคและแยกดูแลรักษาผู้ป่วยที่สงสัยอย่างเข้มงวด 3. เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังโรคในกลุ่มผู้เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาด ได้แก่ ประเทศจีน ฮ่องกง เวียดนาม สิงคโปร์ และไต้หวัน ดังนี้ • ตรวจสอบผู้โดยสารก่อนขึ้นเครื่องบิน หรือถ้าป่วยให้ขอรับใบรับรองแพทย์ว่าไม่ใช่โรคติดเชื้อ โดยเฉพาะโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (Severe Acute Respiratory Syndrome : SARS) ถ้าพบผู้ป่วยดังกล่าวให้ระงับการขึ้นเครื่อง • ให้พนักงานบนเครื่องบินแจกแบบสอบถาม (เอกสาร ต.8) แก่ผู้โดยสารทุกท่าน เพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรคฯ ท่าอากาศยานกรุงเทพ • ขอความร่วมมือทุกสายการบินได้ประกาศแจ้งคำเตือนสำหรับผู้เดินทางมาจาก เวียดนาม ฮ่องกง ไต้หวัน จีน และสิงคโปร์ เรื่อง โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง ในเที่ยวบินที่มาจากประเทศดังกล่าว • หากมีผู้ป่วยใดๆ มากับเครื่องบินให้แจ้งด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศก่อนเครื่องบินลงจอด/ก่อนเรือเทียบท่า • ให้สายการบิน/เรือส่งรายชื่อผู้โดยสารและใบแสดงสุขภาพของเครื่องบิน/เรือ ทุกเที่ยวที่เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาด • รายงานการใช้มาตรการเหล่านี้ต่อด่านควบคุมโรคฯ ณ ท่าอากาศยานในพื้นที่ที่มีการระบาด นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ ยังติดตามเฝ้าระวังผู้เดินทางจากพื้นที่ดังกล่าวที่สงสัยมีอาการป่วย โดยสังเกตอาการผู้เดินทางเมื่อออกจากเครื่องบิน ตรวจสอบจากแบบสอบถามและแจกใบเตือนสุขภาพ (Health Beware Card) ถ้ามีอาการป่วยที่สงสัย จะได้รับการตรวจร่างกายเบื้องต้น และติดตามอาการเป็นเวลา 7 วัน 4. ให้ข้อมูลเผยแพร่ความรู้สำหรับประชาชนผ่านสื่อมวลชน และบริการตอบข้อซักถามประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขให้ประชาชนปฏิบัติ (รายละเอียดแนบท้าย) 5. เตรียมความพร้อมของโรงพยาบาลทุกแห่งทั่วประเทศทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งในด้านวิชาการและด้านสถานที่ อุปกรณ์ บุคลากร ระบบงาน เพื่อรองรับผู้ป่วยที่สงสัย 6. ขอความร่วมมือนายสถานีการบินทุกสายการบินในการเฝ้าระวังป้องกันโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง 7. ขอความร่วมมือกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อชะลอการส่งเสริมการท่องเที่ยวในเขตระบาดของโรค 8.ขอความร่วมมือกระทรวงการต่างประเทศให้ประกาศเตือนคนไทยที่พำนักอยู่ในพื้นที่เขตระบาดของโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง 9. ขอความร่วมมือทุกกระทรวง/ทบวงมหาวิทยาลัย/รัฐสภา เพื่อหลีกเลี่ยงการส่งข้าราชการไปประชุมในพื้นที่เขตระบาดของโรค 10. ขอความร่วมมือภาคเอกชนด้านธุรกิจการท่องเที่ยวในการป้องกันโรคจากพื้นที่ที่เป็นเขตระบาด อนึ่ง ขณะนี้ศูนย์เฉพาะกิจเพื่อการป้องกันและควบคุมโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง กระทร 

           :- sommai - เมื่อ : 2/4/03


    ไทยตั้งศูนย์เฉพาะกิจ24ชม.รับมือโรคจากอาวุธเคมี-เชื้อโรค

          สาธารณสุขตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจ 24 ชั่วโมงเพื่อเฝ้าระวังโรคในกลุ่มคนไทยที่อาจจะติดเชื้อมาจากการใช้อาวุธเคมีและอาวุธเชื้อโรค พร้อมสั่งการสถานพยาบาลทั่วประเทศพร้อมรับมือ ยืนยันหากสงครามยืดเยื้อไทยมียาสำรองใช้ได้ 3-6 เดือน นพ.วัลลภ ไทยเหนือ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงภายหลัง ประชุมคณะกรรมการอำนวยการศูนย์ปฎิบัติการด้านการแพทย์และการสาธารณสุข ประกอบด้วยกรมต่าง ๆ ใน สธ.เพื่อซักซ้อมแผนการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศเพื่อรองรับผลกระทบจากสงครามสหรัฐอเมริกา-อิรัก เมื่อเวลา 11.30 น.วันนี้ ( 24 มี.ค.) ว่า สธ.ได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจประสานงานให้ความช่วยเหลือคนไทยและผู้ใช้แรงงานไทยที่ลี้ภัยสงครามและเดินทางกลับประเทศไทย ที่สำนักพัฒนา ระบบบริการสุขภาพ อาคาร 5 กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ มีนพ.ณรงค์ศักดิ์ อังคะสุวพลา อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เป็นประธาน โทรศัพท์สำหรับการประสานงานคือหมายเลข 0-2590-1629-30 โทรสาร 0-2590-1634  

           :- sommai - เมื่อ : 25/3/03


    ไทยตั้งศูนย์เฉพาะกิจ24ชม.รับมือโรคจากอาวุธเคมี-เชื้อโรค (ต่อ)

          “ ขณะนี้มีแรงงานไทยทำงานในกลุ่มประเทศตะวันออกกลางคือ คูเวต อิสราเอล บาห์เรน และประเทศใกล้เคียงอีก ประมาณ 40,000 คน การเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข ได้แบ่ง 2 ระยะ คือ ระยะเร่งด่วนเน้นการจัดระบบ รองรับการอพยพเคลื่อนย้ายคนไทยและแรงงานไทย โดยได้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่จากโรงพยาบาลราชวิถี, นพรัตนราชธานี, เลิดสิน ให้บริการที่ท่าอากาศยานดอนเมือง และให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยองจัดทีมแพทย์รองรับที่สนามบินอู่ตะเภา และให้สถาบันกัลยาราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต จัดทีมบริการร่วมฟื้นฟูสภาพจิตใจด้วย พร้อมทั้งประสานกรมแพทย์ทหารบกจัดทีมแพทย์ฉุกเฉินร่วมสมทบเดินทางไปให้ความช่วยเหลือคนไทยและผู้ใช้แรงงานไทยในตะวันออกกลาง หากได้รับการร้องขอจากกระทรวง แรงงาน”นพ.วัลลภ กล่าว สำหรับในระยะยาว เป็นการเฝ้าระวังผลกระทบทางด้านสุขภาพ หากนำอาวุธเคมี อาวุธเชื้อโรคหรืออาวุธชีวภาพมาใช้ แม้ว่าประเทศไทยจะมีความเสี่ยงน้อยที่จะเผชิญปัญหาการใช้อาวุธดังกล่าวก็ตาม แต่ก็ไม่ควรประมาท สธ.จัดทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและทีมสอบสวนโรคจากกรมควบคุมโรคจำนวน 4 ทีม ทำการสอบสวนเฝ้าระวังโรคในกลุ่มคนไทยที่อาจสัมผัสและเจ็บป่วยมาจากการใช้อาวุธเชื้อโรคหรืออาวุธชีวภาพตลอด 24 ชั่วโมง ชุดแรกเริ่มปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคมเป็นต้นมาจนถึง 21 เมษายนนี้และสั่งการให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เตรียมความพร้อมด้านการตรวจชันสูตรโรคทางห้องปฏิบัติการ เพื่อให้การสนับสนุนโรงพยาบาลทั่วประเทศ ซึ่งที่ผ่านมายังไม่พบการเจ็บป่วยแต่อย่างใด ด้าน นพ.ณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า โรคที่ทำการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดได้แก่โรคแอนแทรกซ์ โรคไข้ทรพิษ ซึ่งขณะนี้โรงพยาบาลและสถานบริการสาธารณสุขทั่วประเทศมีความสามารถในการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคดังกล่าว มีการสำรองยาที่จำเป็นในการใช้ช่วยชีวิตฉุกเฉิน รวมทั้งวัคซีนป้องกันโรคไว้อย่างน้อย 3-6 เดือน หากสงครามครั้งนี้ยืดเยื้อประเทศไทยจะไม่มีปัญหาขาดแคลนยา นอกจากนี้ยังสั่งการให้หน่วยราชการและสถานพยาบาลในสังกัด สธ.ทั่วประเทศ จัดเวรยามคอยสอดส่องรักษาความปลอดภัย เพื่อเป็นการเฝ้าระวังป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นอย่างเคร่งครัดด้วย พร้อมทั้งมั่นใจว่ามาตรการทั้งหมดที่ได้วางแผนไว้ มีความรัดกุมและดูแลคนไทยให้ได้รับความปลอดภัยจากผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากสงครามในครั้งนี้ “ประชาชนสามารถแจ้งข้อมูล ร้องขอความช่วยเหลือได้ที่ โทร.1669 ศูนย์นเรนทร จากนั้นศูนย์นเรนทรจะประสานกับศูนย์ประสานงานเฉพาะกิจฯเพื่อให้ความช่วยเหลือ เมื่อคืนวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา ทีมแพทย์ให้การตรวจร่างกายแรงงานและนักศึกษาที่กลับจากประเทศคูเวต จำนวน 21 คน มีเหตุฉุกละหุกบ้าง ซึ่งเราจะนำบทเรียนจากตรงนั้นมาปรับปรุง คืนวันที่ 25 มีนาคมประมาณเที่ยงคืนจะมีคนไทยกลับ จากคูเวตโดยสายการบินคูเวต แอร์ไลน์ อีกประมาณ 13 คน เจ้าหน้าที่จะให้บริการตรวจสุขภาพกายสุขภาพจิตเหมือนกัน” นพ.ณรงคักดิ์ กล่าว  

           :- sommai - เมื่อ : 25/3/03


    สธ.จี้องค์การอนามัยโลกลบชื่อไทยออกจากแบล๊กลิสต์ประเทศเสี่ยงโรคหวัดมรณะ

          สธ.จี้องค์การอนามัยโลกลบชื่อไทยออกจากแบล๊กลิสต์ประเทศเสี่ยงโรคหวัดมรณะ ยืนยันเจ้าหน้าที่อนามัยโลกที่ซมไข้หวัดเข้าไทย เป็นแค่หวัดธรรมดา ย้ำจนถึงขณะนี้ไม่มีผู้ติดเชื้อ แต่ไม่ประมาท กระทรวงสาธารณสุขตั้ง ฉก.เฝ้าระวังเข้ม เตือน ร.พ.รัฐ-เอกชนทั่ว ประเทศแล้ว เมื่อวันที่ 17 มีนาคม น.พ.วัลลภ ไทยเหนือ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ชี้แจงถึงกรณีที่องค์การอนามัยโลกระบุว่าไทยอยู่ในรายชื่อของประเทศที่มีการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดมรณะว่า เกิดจากเจ้าหน้าที่องค์การอนามัยโลกรายหนึ่งที่เดินทางจากเวียดนามเข้ามาร่วมประชุมในไทยเมื่อในวันที่ 12-13 มีนาคมที่ผ่านมา และมีอาการไข้ จึงไม่ได้แถลงข่าว เพราะเห็นว่าเป็นเจ้าหน้าที่ขององค์การอนามัยโลกเอง อย่างไรก็ตาม วันเดียวกันนี้ สธ.ได้ตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจมาแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคนี้แล้ว โดยมี น.พ.จรัล ตฤณวุฒิพงษ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เป็นประธาน กรรมการประกอบด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ มหาวิทยาลัยต่างๆ และองค์การอนามัยโลก เพื่อติดตามสถานการณ์และวางมาตรการป้องกัน และได้ทำหนังสือด่วนที่สุดถึงองค์การอนามัยโลก เพื่อชี้แจงว่าประเทศไทยมิได้มีผู้ติดเชื้อโรคนี้แต่อย่างใด ขอให้ลบรายชื่อไทยออกด้วย เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการ สธ.กล่าวว่า จนถึงวันที่ 17 มีนาคม องค์การอนามัยโลกรายงานว่า มีผู้ป่วยทั้งหมด 150 คน เสียชีวิตไปแล้ว 9 ราย ในประเทศไทยยังไม่มีรายงานว่าพบผู้ป่วย แต่ได้มีการตั้งศูนย์ประสานงานที่สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค และให้โรงพยาบาล(ร.พ.)บำราศนราดูรเป็นศูนย์กลางสนับสนุนด้านวิชาการทั่วประเทศ เบอร์โทรศัพท์ 0-2590-3194, 0-2590-3192, 0-2590-3168 พร้อมทำหนังสือเวียนไปยังสำนักงานสาธารณสุขทั่วประเทศและสำนักอนามัย กทม. ให้แจ้ง ร.พ.ทุกแห่งทั้งภาครัฐและเอกชน ให้เฝ้าระวังและรายงานมาตามลำดับ ส่วนจากการเฝ้าระวังที่สนามบินต่างๆ ที่ผ่านมา ไม่พบผู้มีอาการต้องสงสัยแต่อย่างใด  

           :- som - เมื่อ : 18/3/03


    ประกาศจังหวัดนราธิวาส

          ประกาศจังหวัดนราธิวาส เรื่อง ประกวดราคาจ้างเหมาก่อสร้างอาคารพักพยาบาล ขนาด 20 ห้อง จำนวน 2 หลัง รพ.เจาะไอร้องและรพ. ตากใบ ผู้สนใจชื้อเอกสารประกวดราคาได้ ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส (ชั้น 2) ระหว่างวันที่ 10 - 19 ก.พ. 2546 และยืนชองเสนอราคา วันที่ 6 มีนาคม 2546 ระว่างเวลา 09.00 น. - 10.00 น. ณ ห้องระแงะ ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส กำหนดเปิดซอง เวลา 11.00 น. สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส โทร.0-7351-176,0-7351-1217,0-7351-1219 ต่อ 120  

           :- สมหมาย - เมื่อ : 11/2/03


จำนวน: 158 ข่าว อยู่หน้า 30 ทั้งหมด 32 หน้า - [|<-]  [<-]  [->]  [->|
ไปหน้า | 1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  |
..............................................................................................................................................................................................
สร้างสรรค์และพัฒนาโดย ศูนย์เทคโนโลยีและการสื่อสาร สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส
Narathiwat Provincial Public Health Office Tel. 0-7353-2056 -65 ต่อ 301
ติดต่อ Webmaster e-mail:sangksm@yahoo.com