|
สสจ.นราธิวาส ชวนประชาชน ป้องกันไข้เลือดออก โดยใช้หลัก 3 ร. และ 5 ป.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส เชิญชวนประชาชน ป้องกันไข้เลือดออก โดยใช้หลัก 3 ร. และ 5 ป. ได้แก่ โรงเรือน โรงเรียน โรงพยาบาล ปิด เปลี่ยน ปล่อย ปรับปรุง ปฏิบัติ
นายแพทย์ศิริชัย ลีวรรณนภาใส นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า สถานการณ์โรคไข้เลือดออกของจังหวัดนราธิวาส ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 13 กรกฎาคม 2553 ได้รับรายงานผู้ป่วยทั้งจังหวัด จำนวนทั้งสิ้น 1,107 ราย เสียชีวิต 3 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 150.25 ต่อประชากรแสนคน และอัตราตาย 0.27 ต่อประชากรแสนคน อำเภอที่พบจำนวนผู้ป่วยโรคไข้เลือดมากที่สุด คือ อำเภอเมือง อำเภอรือเสาะ อำเภอระแงะ และอำเภอบาเจาะ ตามลำดับ
นายแพทย์ศิริชัยฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงหน้าฝนเป็นช่วงฤดูที่มีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกมาก จึงขอเชิญชวนประชาชนป้องกันโรคไข้เลือดออกโดยยึดหลัก 3 ร. การเน้นสถานที่สำคัญที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นสถานที่รวมคนเป็นกลุ่มใหญ่ในแต่ละวัน และ 5 ป. ดังนี้
- ร ที่ 1 โรงเรือน คือ บ้านเรือนของประชาชน ต้องดูแลตนเอง และทำพร้อมกันทุกบ้านให้ทั่วถึง และทำอย่างต่อเนื่อง
- ร ที่ 2 คือ โรงเรียน รวมทั้ง ศูนย์เด็กเล็กทุกแห่ง ต้องปลอดลูกน้ำยุงลายโรงเรียน และศูนย์เด็กเล็กทุกแห่งต้องมีแผนงานการจำกัดแหล่งเพาะพันธุ์ และลูกน้ำยุงลายทุกวันศุกร์
- ร ที่ 3 คือ โรงพยาบาล ต้องไม่มียุงลายเพราะเป็นสถานที่ผู้ป่วยนอนรักษาตัว
- ป ที่ 1 คือ ปิดฝาโอ่งหรือภาชนะขังน้ำให้มิดชิดแน่นหนา
- ป ที่ 2 คือ เปลี่ยนน้ำทุก 7 วัน เช่น น้ำในแจกัน โอ่งน้ำ
- ป ที่ 3 คือ ปล่อยปลากินลูกน้ำในภาชนะต่างๆ เช่นปลาหางนกยุง
- ป ที่ 4 คือ การปรับปรุงสิ่งแวดล้อมทั้งในตัวบ้าน และนอกบ้าน
- ป ที่ 5 คือ เจ้าของบ้านต้องลงมือปฏิบัติเอง จนเป็นนิสัย ไม่ต้องรอ อสม. หรือรอใครมาทำให้
:- งานประชาสัมพันธ์ - เมื่อ : 14/7/10
|
|
สาธารณสุขนราธิวาส บริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรี ทุกพื้นที่
นายแพทย์ศิริชัย ลีวรรณนภาใส นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาสจัดให้มีบริการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลแก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมายฟรี เพื่อลดการป่วยและเสียชีวิตของประชาชน ซึ่งให้รับบริการด้วยความสมัครใจ โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ดังนี้
1. บุคลากรทางการแพทย์ รวมทั้งผู้กำจัดสัตว์ปีก
2. หญิงมีครรภ์ที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 7 เดือนขึ้นไป
3. บุคคลอ้วน (น้ำหนัก >100 หรือ BMI >35)
4. ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้
5. บุคคลอายุระหว่าง 2 -65 ปี ที่มีโรคเรื้อรัง ได้แก่ ปอดอุดกั้น หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย มะเร็งระหว่างรับเคมีบำบัด เบาหวาน ธาลัสซีเมีย ภูมิคุ้มกันบกพร่อง
6. บุคคลอายุ มากกว่า 65 ปีขึ้นไป
7. เด็กอายุ 6 เดือน2 ปี
จึงขอเชิญชวนประชาชนไปรับบริการได้ ณ โรงพยาบาลของรัฐทุกแห่งตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2553
:- งานประชาสัมพันธ์ - เมื่อ : 12/7/10
|
|
สธ.นราธิวาส เตือนประชาชนระวังโรคไข้ฉี่หนู เชื้อร้ายที่มาพร้อมหน้าฝน
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส เตือนประชาชนระวังโรคไข้ฉี่หนู เชื้อร้ายที่มาพร้อมหน้าฝน โดยเฉพาะในพื้นที่น้ำท่วมขัง หากต้องลุยน้ำย่ำโคลนควรป้องกัน หลังขึ้นจากน้ำต้องรีบชะล้างร่างกายป้องกันโรค
นายศิริชัย ลีวรรณนภาใส นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์โรคเลปโตสไปโรซีส หรือโรคไข้ฉี่หนู ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ตั้งแต่ช่วงวันที่ 1 ม.ค. 5 ก.ค. 53 พบผู้ป่วยด้วยโรคฉี่หนูแล้ว 52 ราย โดยพบผู้ป่วยมาก 3 ลำดับแรกที่อำเภอตากใบ 21 ราย, อำเภอสุคิริน 9 ราย และ อำเภอสุไหงโก-ลก 7 ราย ซึ่งโรคฉี่หนูนี้จะระบาดได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่มีน้ำท่วมขังและชื้นแฉะ ทำให้สภาพแวดล้อมมีความเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรค เชื้อจะปนออกมากับปัสสาวะของสัตว์นำโรค เช่น หนู แมว สุนัข สุกร วัว ควาย หากคนที่มีบาดแผลตามแขนขาร่างกายแล้วเดินลุยน้ำย่ำโคลน เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล ซึ่งประชาชนสามารถป้องกันโรคดังกล่าวได้โดยการหลีกเลี่ยงการลงไปแช่น้ำหรือย่ำโคลน สวมรองเท้าบู๊ทยางกันน้ำทุกครั้งหากต้องลุยน้ำย่ำโคลน หรือเดินบนที่ชื้นแฉะ หากจำเป็นต้องลงไปแช่น้ำในคูคลองไม่ควรแช่น้ำนานจนตัวซีด เมื่อขึ้นจากน้ำแล้วต้องรีบอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดโดยเร็วที่สุด หลีกเลี่ยงการอมน้ำ กลืนน้ำ หรือลืมตาในน้ำที่ไม่สะอาด ปกปิดอาหารไม่ให้หนูเยี่ยวรด และเมื่อมีอาการไข้หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ น่อง หรือตาแดง ภายใน 2-14 วัน หลังจากลุยน้ำย่ำโคลน ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที หากช้าจะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้
:- งานประชาสัมพันธ์ - เมื่อ : 7/7/10
|
|
สสจ. นราธิวาส ย้ำเตือนประชาชนเฝ้าระวังและป้องกันโรคไข้เลือดออก
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส ย้ำเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังและป้องกันโรคไข้เลือดออก ที่กำลังระบาดในขณะนี้ ด้วยการอย่าให้ยุงเกิดและอย่าให้ยุงกัด
นายศิริชัย ลีวรรณนภาใส นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า สถานการณ์โรคไข้เลือดออกของจังหวัดนราธิวาส ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 5 กรกฎาคม 2553 ได้รับรายงานผู้ป่วย ทั้งจังหวัด จำนวนทั้งสิ้น 878 ราย เสียชีวิต 3 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 119.17 ต่อประชากรแสนคน และอัตราตาย 0.34 ต่อประชากรแสนคน อำเภอที่มีจำนวนผู้ป่วยโรคไข้เลือดมากที่สุด คือ อำเภอเมือง อำเภอรือเสาะ อำเภอบาเจาะ และอำเภอระแงะ ตามลำดับ
นายศิริชัย ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคไข้เลือดออก เกิดจากยุงลายเป็นพาหะนำโรค สามารถเกิดได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่ถูกยุงลายมีเชื้อกัด และเนื่องจากช่วงนี้สภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลงบ่อยทั้งอากาศร้อนและมีฝนตกเป็นช่วงๆ ทำให้มีน้ำท่วมขัง ยุงลายจึงสามารถเจริญเติบโตได้ดี จึงเอื้ออำนวยต่อการเกิดโรคไข้เลือดออก เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออก ดังนั้นเพื่อเฝ้าระวังและป้องกันมิให้มีการระบาดของโรคไข้เลือดออกมากขึ้น ประชาชนสามารถป้องกันโรคไข้เลือดออกได้ ดังนี้
1. อย่าให้ยุงเกิด โดยการขัดล้างขอบภาชนะ ปิดฝาภาชนะเก็บน้ำให้มิดชิด ปล่อยปลากินลูกน้ำ หมั่นตรวจดูแจกันและเปลี่ยนน้ำทุกสัปดาห์ ใส่ทรายอะเบท เป็นต้น
2. อย่าให้ยุงกัด โดยการนอนในมุ้ง ทายากันยุง จัดห้องให้มีแสงสว่างเพียงพอ จุดยากันยุง
นายแพทย์ศิริชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า หากมีอาการหรือพบผู้ที่มีอาการไข้สูง รับประทานยาลดไข้แล้วไข้ไม่ลด เบื่ออาหาร หน้าแดง ปวดศีรษะ ร่วมกับคลื่นไส้อาเจียนและมีอาการปวดท้องหรือมีจุดเลือดสีแดงตามตัว แขน ขา ควรรีบไปโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์ทันที ทั้งนี้ ห้ามรับประทานยาลดไข้แอสไพริน เพราะมีฤทธิ์ทำให้เลือดแข็งตัวช้า จะทำให้เลือดออกง่ายขึ้น
:- งานประชาสัมพันธ์ - เมื่อ : 7/7/10
|
|
สาธารณสุขนราธิวาส แนะประชาชนป้องกันโรคไข้เลือดออก ที่กำลังระบาดในขณะนี้
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส แนะนำประชาชนป้องกันโรคไข้เลือดออก ที่กำลังระบาดในขณะนี้ ด้วยการอย่าให้ยุงเกิดและอย่าให้ยุงกัด
นายศิริชัย ลีวรรณนภาใส นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส นราธิวาส เปิดเผยว่า สถานการณ์โรคไข้เลือดออกของจังหวัดนราธิวาส ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 18 มิถุนายน 2553 ได้รับรายงานผู้ป่วยทั้งจังหวัด จำนวนทั้งสิ้น 639 ราย เสียชีวิต 2 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 86.73 ต่อประชากรแสนคน และอัตราตาย 0.31 ต่อประชากรแสนคน อำเภอที่มีผู้ป่วยโรคไข้เลือดมากที่สุด คือ อำเภอศรีสาคร อำเภอรือเสาะ อำเภอสุคิริน และอำเภอจะแนะ ตามลำดับ
นายศิริชัย ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคไข้เลือดออก เกิดจากยุงลายเป็นพาหะนำโรค สามารถเกิดได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่ถูกยุงลายมีเชื้อกัด และเนื่องจากช่วงนี้สภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลงบ่อยทั้งอากาศร้อนและมีฝนตกเป็นช่วงๆ ทำให้มีน้ำท่วมขัง ยุงลายจึงสามารถเจริญเติบโตได้ดี จึงเอื้ออำนวยต่อการเกิดโรคไข้เลือดออก เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออก ดังนั้นเพื่อเฝ้าระวังและป้องกันมิให้มีการระบาดของโรคไข้เลือดออกมากขึ้น ประชาชนสามารถป้องกันโรคไข้เลือดออกได้ ดังนี้
1. อย่าให้ยุงเกิด โดยการขัดล้างขอบภาชนะ ปิดฝาภาชนะเก็บน้ำให้มิดชิด ปล่อยปลากินลูกน้ำ หมั่นตรวจดูแจกันและเปลี่ยนน้ำทุกสัปดาห์ ใส่ทรายอะเบท เป็นต้น
2. อย่าให้ยุงกัด โดยการนอนในมุ้ง ทายากันยุง จัดห้องให้มีแสงสว่างเพียงพอ จุดยากันยุง
นายแพทย์ศิริชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า หากมีอาการหรือพบผู้ที่มีอาการไข้สูง รับประทานยาลดไข้แล้วไข้ไม่ลด เบื่ออาหาร หน้าแดง ปวดศีรษะ ร่วมกับคลื่นไส้อาเจียนและมีอาการปวดท้องหรือมีจุดเลือดสีแดงตามตัว แขน ขา ควรรีบไปโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์ทันที ทั้งนี้ ห้ามรับประทานยาลดไข้แอสไพริน เพราะมีฤทธิ์ทำให้เลือดแข็งตัวช้า จะทำให้เลือดออกง่ายขึ้น
:- งานประชาสัมพันธ์ - เมื่อ : 22/6/10
|