รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบล
  ทำเนียบผู้บริหาร
  วิสัยทัศน์พันธกิจ
  แผนปฏิบัติการ
  แนวทางการทำงานของ สสจ.
  ระบบเครือข่ายภายใน
  ข่าวประชาสัมพันธ์
  ประกวดราคา จัดซื้อจัดจ้าง
  ข่าวอบรม/สัมนา/ศึกษาต่อ
  กระดานข่าว webboard
  สมุดเยี่ยม guest
  แบบสำรวจความคิดเห็น

   ข้อมูลข่าวสารสาธารณสุข
  ข้อมูลทั่วไป
  ข้อมูลประชากร
  ข้อมูลบุคคลากร
  ข้อมูลสถานพยาบาล
  ข้อมูลสถิติชีพ
  ข้อมูลสาเหตุการตาย
  ข้อมูลสาเหตุการป่วย(ผป.นอก)
  ข้อมูลสาเหตการป่วย(ผป.ใน)
  ข้อมูลทางระบาดวิทยา
  ข้อมูลสถานการณ์ไข้หวัด 2009
  ระบบฐานข้อมูล 18 แฟ้ม

   กลุ่มงานใน สสจ.นราธิวาส
  กลุ่มงานยุทธศาสตร์ฯ
 
งานบริหาร
  งานควบคุมโรคฯ
  กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค
 
กลุ่มงานประกันสุขภาพ
  งานส่งเสริมสุขภาพฯ
 
งานโรคเอดส์และสุขภาพจิต
  งานพัฒนาทรัพยากรบุคคลฯ
 
งานอาชีวะอนามัยฯ
  งานทันตสาธารณสุข

 ลิงค์ภายใน สสจ.
  Upload & Download
  Intranet
  E-Office
  ระบบวันลา


ข่าวประชาสัมพันธ์ ::.

    รมว.สธ. เผย อัตราการติดเชื้อกามโรคในกลุ่มวัยรุ่น อายุ 15-24 ปีในรอบ 3 ปี พุ่งขึ้

          นายพินิจ จารุสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดค่ายกิจกรรม ค่ายเยาวชนไทย สมองใส หัวใจสะอาด ที่ สถาบันพัฒนาการสาธารณสุขอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ว่า ในปัจจุบันวัยรุ่นมีเสรีภาพในการคบหากันมากขึ้น และมีจำนวนไม่น้อยที่มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ทำให้เกิดปัญหาการตั้งครรภ์ โดยจากการรายงานสถานการณ์โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค พบว่า ปี 2548 มีรายงานผู้ป่วยเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 12,235 ราย อันดับ 1 เป็นโรคหนองใน รองลงมาคือ หนองในเทียม ซิฟิลิส และแผลริมอ่อน โดย 1 ใน 3 ของผู้ป่วยทั้งหมดพบในกลุ่มอายุระหว่าง 15–24 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่สุดจำนวนถึง 4,957 คน นอกจากนี้ ยังพบเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ยังอยู่ในวัยมัธยมศึกษาตอนต้นอีก 125 คน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวต่อว่า ดังนั้นในการแก้ปัญหาดังกล่าว จะเน้นนโยบายการป้องกันที่ต้นเหตุ คือ สร้างค่านิยม รักนวลสงวนตัว มีเพศสัมพันธ์เมื่อถึงวัยอันควร และมีอย่างปลอดภัย โดยสร้างกลุ่มเยาวชนเป็นเครือข่ายในการให้ความรู้การป้องกันโรคเหล่านี้ในสถานศึกษา 

           :- som - เมื่อ : 9/2/06


    โครงการ วันละหนึ่งบาทรวมน้ำใจ ดับไฟใต้

          คณะกรรมการอิสระเพื่ออำนวยความยุติธรรมและส่งเสริมสิทธิเสรีภาพใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกับธนาคารออมสิน จัดโครงการวันละหนึ่งบาทรวมน้ำใจ ดับไฟใต้ โดยขอรับบริจาค ระหว่างวันที่ 10 มีนาคม ถึงวันที่ 1 เมษายนนี้ ศาสตราจารย์ ด็อกเตอร์อุกฤษ มงคลนาวิน ประธานกรรมการอิสระเพื่ออำนวยความยุติธรรมและส่งเสริมสิทธิเสรีภาพใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ กอยส. และนายกรพจน์ อัศวินวิจิตร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวถึงการจัดโครงการ วันละหนึ่งบาทรวมน้ำใจ ดับไฟใต้ ว่า กอยส.จะร่วมกับธนาคารออมสิน เชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคเงินเข้าโครงการฯ เพื่อเป็นการสนับสนุนการดำเนินงานศูนย์เด็กเล็กก่อนวัยเรียนในพื้นที่ ประมาณ 40,000 คน สนับสนุนการดำเนินงานสุขภาพอนามัยของประชาชน สนับสนุนการดำเนินงานด้านการเยียวยาครอบครัวผู้ประสบภัยจากการก่อการร้ายให้พ้นทุกข์ นอกจากนี้ จะจัดตั้งมูลนิธิสันติธรรมขึ้นมา เพื่อร่วมใจดับไฟใต้ ซึ่ง พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะร่วมบริจาคเงินเท่ากับที่ประชาชนบริจาคด้วย นายกรพจน์ อัศวินวิจิตร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ธนาคารออมสินพร้อมให้ความร่วมมือกับรัฐบาลอย่างเต็มที่ ในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ภาคใต้ ประชาชนที่สนใจ ร่วมบริจาคได้สถานที่ราชการทุกแห่ง บริษัท ห้างร้านเอกชน และธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ  

           :- som - เมื่อ : 9/2/06


    หมอหงวนเซ็ง 30 บาท รพ. วนแต่ขาดเงิน

          นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (สปสช.) กล่าวว่า ปัญหาของโครงการ 30 บาทพูดกันมากว่าเงินไม่พอ ล่าสุดสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เสนอให้เติมเงินเข้าไปในระบบประมาณ 20,000-30,000 ล้านบาท หรือเพิ่มงบประมาณรายหัวเป็น 2,000 บาท/ปี แต่สิ่งที่อยากจะพูดคือ ถ้าวนเวียนพูดกันแต่เรื่องเงินไม่พอ ก็ต้องพูดเรื่อยไป ถ้าทุกอย่างยังคงเป็นแบบนี้ต่อไป ควรจะพูดเรื่องการปฏิรูประบบสุขภาพกันได้แล้ว "ถ้าเรายังมีระบบการกระจายแพทย์-พยาบาลแบบนี้ มีระบบการเงินการคลังแบบนี้ ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม ให้เงินเท่าไหร่ เงินก็ไม่เคยพอ ต้องมาพูดเรื่องการปฏิรูปจึงจะแก้ไขปัญหาได้" นพ.สงวนกล่าว ดร.อัมมาร สยามวาลา นักวิชาการเกียรติคุณทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า เห็นด้วยกับที่เลขาธิการ สปสช.กล่าวมา ตลอดเวลาที่มีระบบประกันสุขภาพแห่งชาติมา 4 ปี พูดตั้งแต่ปีแรกๆ จนถึงปีนี้ว่า เงินไม่พอก็ซ้ำซากอยู่แบบนี้ การแก้ไขปัญหาก็ไม่เกิดขึ้น คิดว่าการแก้ไขปัญหาที่แท้จริง คือต้องมีการกระจายอำนาจระบบสาธารณสุข หรือการกระจายอำนาจซึ่งไม่ใช่แค่กระจายเงิน 35% เท่านั้น แต่ต้องกระจายหน้าที่ด้วย กระทรวงสาธารณสุข ต้องเลิกบทบาทเถ้าแก่โรงพยาบาล ควรกระจายโรงพยาบาลให้องค์กรปกครองท้องถิ่น (อปท.) เป็นเจ้าของ แล้ว สปสช.ที่เป็นเจ้าภาพงานหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าก็จะไปทำสัญญากับ อปท. เมื่อเป็นเช่นนี้ก็จะมีทั้งหน้าที่และเงินลงไปที่ท้องถิ่น ยอมรับว่าถ้าพูดแบบนี้อาจจะเกิดม็อบหมอ-พยาบาลเกิดขึ้น แต่ก็ต้องพูด "กระทรวงสาธารณสุข ต้องโอนความเป็นเจ้าของโรงพยาบาลออกไปให้ท้องถิ่น และปรับบทบาทของกระทรวงเป็นผู้ควบคุมระบบสุขภาพแทน ทั้งการดูแลเรื่องมาตรฐานและคุณภาพ ไม่ใช่การเป็นเถ้าแก่โรงพยาบาล" ดร.อัมมารกล่าว  

           :- som - เมื่อ : 3/2/06


    สธ.ไม่เบาออกแคมเปญจัดระเบียบห้องน้ำสาธารณะ

          เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2549 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมช.สาธารณสุข กล่าวภายหลังเป็นประธานในการลงนาม บันทึกความเข้าใจร่วมกันของหน่วยงานพันธมิตรเพื่อร่วมพัฒนาส้วมสาธารณะไทยในปั๊มน้ำมันว่า ตาม ที่กระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศจะพัฒนาส้วมให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน 3 ด้าน คือ ความสะอาด ความพอเพียง และความปลอดภัย ซึ่งตั้งเป้าในปี 2551 ประเทศไทยจะมีส้วมสาธารณะที่ได้มาตรฐาน ร้อยละ 90 โดยปั๊มน้ำมันเป็นเป้าหมายหนึ่งในการพัฒนาส้วมให้ได้มาตรฐาน ซึ่งปัจจุบันมีปั๊มน้ำมันทั่ว ประเทศ 19,365 แห่ง นายอนุทินอธิบายต่อว่า จากการสำรวจส้วมสาธารณะในปั๊มน้ำมันบนถนนหลวง 4 เส้นทาง หลักระหว่างเดือนธันวาคม 2548-มกราคม 2549 พบว่ามีส้วมสาธารณะร้อยละ 76.23 ไม่ผ่าน มาตรฐานระดับประเทศ โดยเฉพาะในเรื่องความสะอาด ไม่มีสบู่ล้างมือและถังขยะ ไม่มีส้วมสำหรับ ผู้พิการ หญิงตั้งครรภ์ และผู้สูงอายุ จึงต้องทำการปรับปรุงอย่างเร่งด่วนจำเป็นต้องอาศัยความร่วม มือจากหน่วยงานพันธมิตรที่เกี่ยวข้อง อาทิ บริษัทจำหน่ายน้ำมันยี่ห้อต่างๆ กรมธุรกิจพลังงานและ กระทรวงพลังงาน โดยมีข้อตกลงเร่งปรับปรุงส้วมสาธารณะพร้อมใช้ได้ทันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ "นอกจากนี้ยังได้มีสายลับส้วมสาธารณะ (Toilet Spy) ซึ่งให้ประชาชนมีส่วนร่วมโดยการ แจ้งข้อมูลส้วมสาธารณะในปั๊มน้ำมันที่ไม่ได้มาตรฐานมายังกรมอนามัย เพื่อให้ผู้ประกอบการปรับปรุง ต่อไป" รมช.สาธารณสุข กล่าว  

           :- som - เมื่อ : 2/2/06


    สธ.เสนอแผนป้องกันเอดส์ พร้อมตั้งเป้าลดสัดส่วนผู้ติดเชื้อเหลือร้อยละ 50

          นายแพทย์สุชัย เจริญรัตนกุล รองนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแห่งชาติ ว่าด้วยการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ ว่า กระทรวงสาธารณสุขนำเสนอวาระกำหนดเป้าหมายยุทธศาสตร์ป้องกันการติดเชื้อเอดส์รายใหม่ จากแนวโน้มปัจจุบันปีละ 10,000 ราย ให้ลดลงร้อยละ 50 ภายใน 3 ปี หรือไม่เกิน 7,500 ภายในปี 2551 ทั้งนี้ มาตรการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางเพศของกลุ่มผู้มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ ให้ใช้ถุงยางอนามัยมากขึ้น รวมทั้งการให้ความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน เชื่อว่าหากทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนร่วมกันดำเนินการแล้ว จะสามารถประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย นอกจากนี้ องค์การอนามัยโลก และองค์การยูเอ็นเอดส์ ได้เชิญให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับเอเชียและแปซิฟิก เพื่อพิจารณาแนวทางการดำเนินงานและเป้าหมายในระดับประเทศ โดยกำหนดจัดการประชุมในระหว่างวันที่ 14 - 16 กุมภาพันธ์ 2549 ที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี จึงถือได้ว่าการประกาศเป้าหมายป้องกันเอดส์ในครั้งนี้สอดคล้องกับเป้าหมายระดับสากล นอกจากนี้ ในที่ประชุมจะตั้งงบประมาณในปี 2550 เพื่อป้องกันและรณรงค์การติดเชื้อให้แก่ประชาชน โดยจะขอรับการสนับสนุนจากเดิมในปี 2549 ได้รับเพียง 180 ล้านบาท ให้เพิ่มมากขึ้น 3-4 เท่า โดยจะประสานกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป 

           :- som - เมื่อ : 17/1/06


จำนวน: 158 ข่าว อยู่หน้า 19 ทั้งหมด 32 หน้า - [|<-]  [<-]  [->]  [->|
ไปหน้า | 1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  |
..............................................................................................................................................................................................
สร้างสรรค์และพัฒนาโดย ศูนย์เทคโนโลยีและการสื่อสาร สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส
Narathiwat Provincial Public Health Office Tel. 0-7353-2056 -65 ต่อ 301
ติดต่อ Webmaster e-mail:sangksm@yahoo.com