รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบล
  ทำเนียบผู้บริหาร
  วิสัยทัศน์พันธกิจ
  แผนปฏิบัติการ
  แนวทางการทำงานของ สสจ.
  ระบบเครือข่ายภายใน
  ข่าวประชาสัมพันธ์
  ประกวดราคา จัดซื้อจัดจ้าง
  ข่าวอบรม/สัมนา/ศึกษาต่อ
  กระดานข่าว webboard
  สมุดเยี่ยม guest
  แบบสำรวจความคิดเห็น

   ข้อมูลข่าวสารสาธารณสุข
  ข้อมูลทั่วไป
  ข้อมูลประชากร
  ข้อมูลบุคคลากร
  ข้อมูลสถานพยาบาล
  ข้อมูลสถิติชีพ
  ข้อมูลสาเหตุการตาย
  ข้อมูลสาเหตุการป่วย(ผป.นอก)
  ข้อมูลสาเหตการป่วย(ผป.ใน)
  ข้อมูลทางระบาดวิทยา
  ข้อมูลสถานการณ์ไข้หวัด 2009
  ระบบฐานข้อมูล 18 แฟ้ม

   กลุ่มงานใน สสจ.นราธิวาส
  กลุ่มงานยุทธศาสตร์ฯ
 
งานบริหาร
  งานควบคุมโรคฯ
  กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค
 
กลุ่มงานประกันสุขภาพ
  งานส่งเสริมสุขภาพฯ
 
งานโรคเอดส์และสุขภาพจิต
  งานพัฒนาทรัพยากรบุคคลฯ
 
งานอาชีวะอนามัยฯ
  งานทันตสาธารณสุข

 ลิงค์ภายใน สสจ.
  Upload & Download
  Intranet
  E-Office
  ระบบวันลา


ข่าวประชาสัมพันธ์ ::.

    รมว.สธ.สั่ง ทุกหน่วยงานในสังกัด ปรับปรุงพื้นที่เพื่อเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติครบ 60

          รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สั่ง ทุกหน่วยงานในสังกัด ปรับปรุงพื้นที่เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี นายพินิจ จารุสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังการประชุมผู้บริหารกระทรวงประจำเดือนพฤษภาคมว่า ในที่ประชุมมีมติให้เร่งดำเนินการปรับปรุงพื้นที่ทุกหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุขให้สะอาด เรียบร้อย ในปีมหามงคลเป็นเรื่องแรก และเตรียมขึ้นป้ายร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี โดยได้กำชับให้ทุกหน่วยงานไปปฏิบัติตามในฐานะที่ทุกคนเป็นคนไทย และมีความจงรักภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สำหรับมาตรการป้องกันโรค ได้สั่งให้กรมควบคุมโรคดูเรื่องวัคซีนป้องกันโรคไอพีดี ที่เริ่มมีการแพร่ระบาดในเด็ก โดยจะดูถึงความคุ้มค่าหากต้องนำเข้าวัคซีนชนิดนี้ ยืนยันว่าหากมีการระบาดจะใช้งบประมาณดูแลประชาชนอย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังสั่งให้ดูแลเด็กไทยไม่ให้ขาดสารไอโอดีนอีกด้วย  

           :- som - เมื่อ : 17/5/06


    สปสช.เปิดรับรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวและมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ตั้งแต่ 1 มี

          สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และสมาคมโลหิตวิทยาแห่งประเทศไทย เปิดรับรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว และมะเร็งต่อมน้ำเหลือง เข้าระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมนี้ นายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช.กล่าวว่า โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว และมะเร็งต่อมน้ำเหลือง จัดอยู่ในกลุ่มโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งกระบวนการรักษาพยาบาลจำเป็นที่จะต้องอาศัยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเทคโนโลยีชั้นสูง ขณะเดียวกันต้องใช้งบประมาณในการดูแลรักษามาก จึงร่วมกับสมาคมโลหิตวิทยาแห่งประเทศไทย เร่งค้นหาผู้ป่วยเพื่อเข้าสู่ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า โดยผู้ป่วยที่ถือบัตรทองสามารถลงทะเบียนกับหน่วยบริการใกล้บ้าน และโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่เข้าร่วมโครงการในระยะแรกทั้ง 49 แห่งทั่วประเทศได้ อาทิ โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วย 1330  

           :- som - เมื่อ : 27/2/06


    สธ.เผย วัยรุ่น ติดเอดส์แล้วกว่า 30,000 ราย

          กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี รณรงค์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางเพศของเยาวชนให้ปลอดภัยจากโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ตั้งเป้าให้เยาวชนใช้ถุงยางอนามัยป้องกันอย่างน้อยร้อยละ 60 เผยล่าสุดมีรายงานเยาวชนไทยติดเชื้อเอดส์แล้วกว่า 30,000 คน วันนี้ (17 ก.พ.) ที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี นายพินิจ จารุสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายแพทย์ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รักษาราชการปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดมหกรรมรณรงค์เยาวชนรุ่นใหม่ เข้าใจเรื่องเพศ ร่วมป้องกันเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ จัดโดย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี ร่วมกับ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 1-4 มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง ภาครัฐและเอกชน มีประชาชนและเยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 10,000 คน นายพินิจ จารุสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัจจุบันวัยรุ่นไทยมีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศเพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความต้องการเรียนรู้มากกว่าวัยใดๆ สถานการณ์น่าเป็นห่วงอย่างมาก ล่าสุดในปี 2548 พบเยาวชนไทยติดเชื้อเอดส์ กว่า 30,000 คน ป่วยเป็นโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์กว่า 4,000 คน โดยผลการศึกษาพฤติกรรมทางเพศของวัยรุ่นในโรงงานอุตสาหกรรมเมื่อปี 2547 พบว่าประมาณร้อยละ 50 ของวัยรุ่นหญิง มีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่ง และคบหากันก่อนมีเพศสัมพันธ์เพียง 2 เดือน ขณะที่วัยรุ่นชายจะคบผู้หญิงหลายๆ คน และมีเพศสัมพันธ์ 1-2 ครั้ง คบหากัน 1-2 เดือน หรือ 4-5 เดือน ก็เลิกกัน การมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกของวัยรุ่นหญิงเป็นแบบไม่คาดคิดมาก่อน ส่วนวัยรุ่นชายจะมีการวางแผนไว้ล่วงหน้า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวต่อว่า กระทรวงสาธารณสุข จะเร่งรัดป้องกันโรคเอดส์อย่างต่อเนื่อง ทั้งการให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องเพศศึกษาแก่ เด็ก เยาวชน และรณรงค์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของประชาชน โดยใช้ถุงยางอนามัยป้องกัน ตั้งเป้าในปี 2549 จะลดผู้ติดเชื้อเอดส์รายใหม่ไม่เกิน 16,000 คน โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีเพศสัมพันธ์แบบฉาบฉวย รวมทั้งเยาวชน จะเพิ่มการใช้ถุงยางอนามัยจากร้อยละ 30 เป็นร้อยละ 60 ส่วนในกลุ่มผู้ให้บริการทางเพศ จะสนับสนุนให้ใช้ถุงยางอนามัยร้อยละ 100 ต่อไป โดยเตรียมถุงยางอนามัยไว้แล้ว 24 ล้านชิ้น เพื่อสนับสนุนโครงการนี้  

           :- som - เมื่อ : 17/2/06


    สธ.ออกประกาศให้สมุนไพรกวาวเครือเป็นสมุนไพรควบคุมป้องกันการสูญพันธุ์

          กระทรวงสาธารณสุข ออกประกาศกระทรวงให้สมุนไพรกวาวเครือเป็นสมุนไพรควบคุม เพื่อป้องกันการสูญพันธุ์หลังพบมีพ่อค้าลักลอบนำส่งออกต่างประเทศเป็นจำนวนมาก นายพินิจ จารุสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศกระทรวงฯให้สมุนไพรกวาวเครือเป็นสมุนไพรควบคุม ทั้ง 3 ชนิด คือ กวาวเครือขาว แดง และดำ และได้กำหนดจำนวนการครอบครองไว้ด้วย อาทิ หมอแผนไทยใช้ได้ 40 - 120 กิโลกรัม สถาบันศึกษาวิจัย กำหนดที่ 80 - 240 กิโลกรัม โรงงานอุตสาหกรรม กำหนดที่ 400 - 1,200 กิโลกรัม ส่วนเกษตรกรและประชาชนทั่วไป กำหนดที่ 20-60 กิโลกรัม หากผู้ใดต้องการครอบครองเกินจากที่ทางการกำหนดจะต้องแจ้งนายทะเบียนทราบ สำหรับผู้ฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ประกาศกระทรวงฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ทั่วประเทศในเดือนสิงหาคมนี้เป็นต้นไป โดยระหว่างนี้ได้แจ้งให้สาธารณสุขจังหวัดชี้แจงให้ผู้ที่ต้องการใช้ได้รับทราบถึงข้อกฎหมายนี้แล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยังกล่าวถึงประโยชน์ของกวาวเครือว่า เป็นยาที่ใช้บำรุงร่างกายและกำลังศึกษาวิจัยเพื่อนำไปใช้ในการบรรเทาอาการของสตรีวัยหมดประจำเดือน อย่างไรก็ตาม ขอเตือนให้ประชาชนที่จะนำไปใช้ควรปรึกษาแพทย์ เพราะหากใช้เกินกำหนดอาจเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงได้ 

           :- som - เมื่อ : 16/2/06


    อย.เตือนอย่าหลงเชื่อโฆษณายาน้ำสกัดโสมเกาหลีตังกุยจับ - ยาแองเจิลลา

          ผู้บริโภคร้อง อย. พบโฆษณาขายยาน้ำสกัดโสมเกาหลีตังกุยจับ และยาแองเจิลลา อวดอ้างรักษาโรคได้สารพัด หากใครเป็นสมาชิกจะร่ำรวยเป็นเศรษฐี ด้าน อย.แจงเคยดำเนินคดีกับผู้โฆษณาโอ้อวดบ่อยครั้ง แต่ยังพบการขายตรง แถมเปิดโรงแรมจัดสัมมนาพร้อมโฆษณาสรรพคุณเกินจริง วอนผู้บริโภคอย่าหลงเชื่อ ไม่ได้ผลยังเสียโอกาสการรักษา หากพบเบาะแสการโฆษณา - เกินจริงแจ้ง อย.ตำรวจ สสจ.เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ศ.ดร.ภักดี โพธิศิริ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคบ่อยครั้งเกี่ยวกับการโฆษณาขายยาอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง โดยมักใช้วิธีการขายตรง จัดประชุมสัมมนา พูดโฆษณาแบบปากต่อปาก หรือโฆษณาผ่านทางแผ่นพับ แผ่นปลิว และสื่อต่างๆ พร้อมทั้งเชิญชวนผู้สนใจสมัครเป็นตัวแทนจำหน่ายโดยให้ค่าตอบแทนสูง ซึ่งในเรื่องนี้ อย.ได้มีการดำเนินการตรวจสอบการโฆษณาอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการโฆษณาขายยานั้น อย.ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะการได้รับข้อมูลไม่ถูกต้อง อาจทำให้ผู้บริโภคได้รับอันตรายจากยานั้นได้ และอาจเสียเงิน เสียทองจำนวนมากในการรักษาโดยโรคไม่หาย และยังเสียโอกาสในการรักษาที่ถูกต้องจากแพทย์อีกด้วย ล่าสุด ผู้บริโภคร้องเรียนกรณีของยาน้ำสกัดโสมเกาหลีตังกุยจับและยาแองเจิลลา อ้างสรรพคุณว่ารักษาโรคได้สารพัด “อย.ขอชี้แจงข้อเท็จจริงว่า ยาน้ำสกัดโสมเกาหลีตังกุยจับ จัดอยู่ในประเภทยาแผนโบราณ ทะเบียนตำรับยาเลขที่ G 579/45 สรรพคุณตามที่ได้รับอนุญาตขึ้นทะเบียนตำรับ คือ บำรุงร่างกาย บำรุงโลหิต และยาแองเจิลลา จัดอยู่ประเภทยาสามัญประจำบ้าน ทะเบียนตำรับยาเลขที่ G 599/45 สรรพคุณที่ได้รับอนุญาตขึ้นทะเบียนตำรับ คือ แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ บำรุงโลหิต แต่ผู้ร้องเรียนพบการโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณยาน้ำสกัดโสมเกาหลีตังกุยจับ ในรูปแบบวีซีดี และแผ่นพับ/ใบปลิว โดยระบุสรรพคุณว่า สามารถรักษาได้สารพัดโรค เช่น ช่วยบรรเทาอาการหงุดหงิด ช่วยให้สมองตื่นตัว ทำให้หายจากการปวดหัวไมเกรน ปวดหลัง และหายจากโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณ ยาแองเจิลลา ว่าสามารถแก้ปัญหาฝ้า ตกขาว ช่วยกระชับช่องคลอด แก้ปัญหามดลูกหย่อนยาน บวม อักเสบ ลดไขมันส่วนเกินในร่างกาย เป็นต้น” ศ.ดร.ภักดี กล่าวต่อว่า การโฆษณาดังกล่าวจัดเป็นการโฆษณาขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาตแสดงสรรพคุณยาอันเป็นเท็จหรือเกินจริง และในกรณีของยาน้ำสกัดโสมเกาหลีตังกุยจับดังกล่าว ยังถือเป็นการแสดงสรรพคุณยาว่าสามารถบำบัด บรรเทา รักษา หรือป้องกันโรค หรืออาการของโรคที่รัฐมนตรีประกาศห้ามโฆษณาอีกด้วย จึงขอให้ประชาชนผู้บริโภคอย่าได้หลงเชื่อการโฆษณาโอ้อวดเกินจริงดังกล่าว ซึ่ง อย.ก็ได้ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้แทนจำหน่ายและทำการส่งเสริมการขายยาดังกล่าวแล้ว “อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังคงพบปัญหาการโฆษณาโอ้อวดเกินจริงของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวโดยผ่านการขายตรง เปิดโรงแรมจัดสัมมนา พร้อมโฆษณาหลอกลวงให้ผู้ฟังหลงเชื่อเป็นสมาชิกแบบลูกโซ่ โอ้อวดว่า หากใครเป็นสมาชิกก็จะร่ำรวยเป็นเศรษฐี การขายตรงดังกล่าวมักเกิดขึ้นในต่างจังหวัด ดังนั้น ขอให้ประชาชนช่วยสอดส่องเป็นหูเป็นตาแทนรัฐ หากพบว่ามีการเปิดโรงแรมจัดประชุมสัมมนาเพื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์ยาในลักษณะดังกล่าว ขอให้รีบแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ หรือแจ้งเบาะแสโดยละเอียดผ่านสายด่วน อย. 1556 ซึ่ง อย.จะประสานกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และเจ้าหน้าที่ตำรวจให้จับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายโดยทันที มิให้มีการหลอกลวงผู้บริโภคอีกต่อไป” เลขาธิการ อย.กล่าว  

           :- som - เมื่อ : 16/2/06


จำนวน: 158 ข่าว อยู่หน้า 18 ทั้งหมด 32 หน้า - [|<-]  [<-]  [->]  [->|
ไปหน้า | 1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  |
..............................................................................................................................................................................................
สร้างสรรค์และพัฒนาโดย ศูนย์เทคโนโลยีและการสื่อสาร สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส
Narathiwat Provincial Public Health Office Tel. 0-7353-2056 -65 ต่อ 301
ติดต่อ Webmaster e-mail:sangksm@yahoo.com