|
สธ.เผย วัยรุ่น ติดเอดส์แล้วกว่า 30,000 ราย
กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี รณรงค์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางเพศของเยาวชนให้ปลอดภัยจากโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ตั้งเป้าให้เยาวชนใช้ถุงยางอนามัยป้องกันอย่างน้อยร้อยละ 60 เผยล่าสุดมีรายงานเยาวชนไทยติดเชื้อเอดส์แล้วกว่า 30,000 คน
วันนี้ (17 ก.พ.) ที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี นายพินิจ จารุสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายแพทย์ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รักษาราชการปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดมหกรรมรณรงค์เยาวชนรุ่นใหม่ เข้าใจเรื่องเพศ ร่วมป้องกันเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ จัดโดย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี ร่วมกับ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 1-4 มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง ภาครัฐและเอกชน มีประชาชนและเยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 10,000 คน
นายพินิจ จารุสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัจจุบันวัยรุ่นไทยมีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศเพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความต้องการเรียนรู้มากกว่าวัยใดๆ สถานการณ์น่าเป็นห่วงอย่างมาก ล่าสุดในปี 2548 พบเยาวชนไทยติดเชื้อเอดส์ กว่า 30,000 คน ป่วยเป็นโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์กว่า 4,000 คน โดยผลการศึกษาพฤติกรรมทางเพศของวัยรุ่นในโรงงานอุตสาหกรรมเมื่อปี 2547 พบว่าประมาณร้อยละ 50 ของวัยรุ่นหญิง มีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่ง และคบหากันก่อนมีเพศสัมพันธ์เพียง 2 เดือน ขณะที่วัยรุ่นชายจะคบผู้หญิงหลายๆ คน และมีเพศสัมพันธ์ 1-2 ครั้ง คบหากัน 1-2 เดือน หรือ 4-5 เดือน ก็เลิกกัน การมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกของวัยรุ่นหญิงเป็นแบบไม่คาดคิดมาก่อน ส่วนวัยรุ่นชายจะมีการวางแผนไว้ล่วงหน้า
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวต่อว่า กระทรวงสาธารณสุข จะเร่งรัดป้องกันโรคเอดส์อย่างต่อเนื่อง ทั้งการให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องเพศศึกษาแก่ เด็ก เยาวชน และรณรงค์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของประชาชน โดยใช้ถุงยางอนามัยป้องกัน ตั้งเป้าในปี 2549 จะลดผู้ติดเชื้อเอดส์รายใหม่ไม่เกิน 16,000 คน โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีเพศสัมพันธ์แบบฉาบฉวย รวมทั้งเยาวชน จะเพิ่มการใช้ถุงยางอนามัยจากร้อยละ 30 เป็นร้อยละ 60 ส่วนในกลุ่มผู้ให้บริการทางเพศ จะสนับสนุนให้ใช้ถุงยางอนามัยร้อยละ 100 ต่อไป โดยเตรียมถุงยางอนามัยไว้แล้ว 24 ล้านชิ้น เพื่อสนับสนุนโครงการนี้
:- som - เมื่อ : 17/2/06
|
|
สธ.ออกประกาศให้สมุนไพรกวาวเครือเป็นสมุนไพรควบคุมป้องกันการสูญพันธุ์
กระทรวงสาธารณสุข ออกประกาศกระทรวงให้สมุนไพรกวาวเครือเป็นสมุนไพรควบคุม เพื่อป้องกันการสูญพันธุ์หลังพบมีพ่อค้าลักลอบนำส่งออกต่างประเทศเป็นจำนวนมาก
นายพินิจ จารุสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศกระทรวงฯให้สมุนไพรกวาวเครือเป็นสมุนไพรควบคุม ทั้ง 3 ชนิด คือ กวาวเครือขาว แดง และดำ และได้กำหนดจำนวนการครอบครองไว้ด้วย อาทิ หมอแผนไทยใช้ได้ 40 - 120 กิโลกรัม สถาบันศึกษาวิจัย กำหนดที่ 80 - 240 กิโลกรัม โรงงานอุตสาหกรรม กำหนดที่ 400 - 1,200 กิโลกรัม ส่วนเกษตรกรและประชาชนทั่วไป กำหนดที่ 20-60 กิโลกรัม หากผู้ใดต้องการครอบครองเกินจากที่ทางการกำหนดจะต้องแจ้งนายทะเบียนทราบ สำหรับผู้ฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ประกาศกระทรวงฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ทั่วประเทศในเดือนสิงหาคมนี้เป็นต้นไป โดยระหว่างนี้ได้แจ้งให้สาธารณสุขจังหวัดชี้แจงให้ผู้ที่ต้องการใช้ได้รับทราบถึงข้อกฎหมายนี้แล้ว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยังกล่าวถึงประโยชน์ของกวาวเครือว่า เป็นยาที่ใช้บำรุงร่างกายและกำลังศึกษาวิจัยเพื่อนำไปใช้ในการบรรเทาอาการของสตรีวัยหมดประจำเดือน อย่างไรก็ตาม ขอเตือนให้ประชาชนที่จะนำไปใช้ควรปรึกษาแพทย์ เพราะหากใช้เกินกำหนดอาจเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงได้
:- som - เมื่อ : 16/2/06
|