รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบล
  ทำเนียบผู้บริหาร
  วิสัยทัศน์พันธกิจ
  แผนปฏิบัติการ
  แนวทางการทำงานของ สสจ.
  ระบบเครือข่ายภายใน
  ข่าวประชาสัมพันธ์
  ประกวดราคา จัดซื้อจัดจ้าง
  ข่าวอบรม/สัมนา/ศึกษาต่อ
  กระดานข่าว webboard
  สมุดเยี่ยม guest
  แบบสำรวจความคิดเห็น

   ข้อมูลข่าวสารสาธารณสุข
  ข้อมูลทั่วไป
  ข้อมูลประชากร
  ข้อมูลบุคคลากร
  ข้อมูลสถานพยาบาล
  ข้อมูลสถิติชีพ
  ข้อมูลสาเหตุการตาย
  ข้อมูลสาเหตุการป่วย(ผป.นอก)
  ข้อมูลสาเหตการป่วย(ผป.ใน)
  ข้อมูลทางระบาดวิทยา
  ข้อมูลสถานการณ์ไข้หวัด 2009
  ระบบฐานข้อมูล 18 แฟ้ม

   กลุ่มงานใน สสจ.นราธิวาส
  กลุ่มงานยุทธศาสตร์ฯ
 
งานบริหาร
  งานควบคุมโรคฯ
  กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค
 
กลุ่มงานประกันสุขภาพ
  งานส่งเสริมสุขภาพฯ
 
งานโรคเอดส์และสุขภาพจิต
  งานพัฒนาทรัพยากรบุคคลฯ
 
งานอาชีวะอนามัยฯ
  งานทันตสาธารณสุข

 ลิงค์ภายใน สสจ.
  Upload & Download
  Intranet
  E-Office
  ระบบวันลา


ข่าวประชาสัมพันธ์ ::.

    อธิบดีกรมสุขภาพจิตเผย เด็กทำร้ายกันถือเป็นโรคจิตแก้ไขได้

          นพ.มล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดโครงการประชุม วิชาการป้องกันปัญหาการฆ่าตัวตาย ว่ากรณีเด็กตบ ตี กัน แล้วถ่ายคลิปวีดีโอไว้นั้น ถือว่าเป็นโรคจิต ชนิดหนึ่ง แต่ไม่ถึงขั้นรุนแรง สาเหตุหนึ่งคือความเชื่อที่ผิด ๆ ว่าการใช้ความแข็งแรงที่มีอยู่ บังคับให้ผู้ อื่นทำตามที่ตนต้องการ หรือรู้สึกกลัว คือการแสดงออกของการเป็นผู้นำ มีอำนาจ หากสามารถ เปลี่ยนความคิดของเด็กได้จะสามารถแก้ปัญหาได้ ทั้งนี้ จากผลการสำรวจของเอแบคโพลล์ พบว่า ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาเด็กวัยรุ่นร้อยละ 62 ไม่เคยทำกิจกรรมโดยช่วยเหลือผู้อื่นเลย ซึ่งแสดงว่าการ ช่วยเหลือผู้อื่นในสังคมลดลง เพราะฉะนั้นจะต้องสร้างความคิดใหม่ให้เด็กทราบว่าใช้ความแข็งแรงเป็นเครื่องมือในการตัดสินแก้ไขปัญหานั้นเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องหรือน่ายกย่องนับถือ แต่การใช้ความเข้ม แข็งที่มีในการช่วยเหลือผู้อื่นต่างหากเป็นสิ่งที่น่านับถือ ต้องสอนให้เด็กรู้จักช่วยเหลือผู้อื่นให้มากขึ้น โดยเฉพาะคนที่อ่อนแอกว่า อีกทั้งการลงโทษจะต้องชัดเจน ซึ่งไม่ได้หมายความว่าจะต้องลงโทษขั้นรุนแรงโดยการ ไล่ออกจากสถานศึกษา เพราะนั่นเท่ากับว่าเราโยนความรับผิดชอบไปให้โรงเรียนอื่น แต่ควรให้เด็กได้ ทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ช่วยเหลือสังคมให้มากขึ้น และพยายามขัดเกลาจิตใจให้เปลี่ยนไปใน ทางที่ดีขึ้น ไม่ก้าวร้าวรุนแรงเหมือนแต่ก่อน ซึ่งครูจึงมีบทบาทอย่างมากในการดูแลด ขัดเกลาจิต ใจเด็ก เพราะครูอยู่ใกล้ชิดกับเด็กนักเรียนมากที่สุด ทั้งนี้กระทรวงศึกษาธิการจะต้องเป็นแกนหลักในการดำเนินการ และกรมสุขภาพจิตจะคอยเป็นผู้สนับสนุน  

           :- som - เมื่อ : 28/6/06


    สั่งสธ.ทุกจังหวัด คุมไข้เลือดออก

          หน้าฝนมาเยือนแล้ว กระทรวงสาธารณสุขออกมาเตือนให้ทุกจังหวัดเร่งกำจัดยุงลาย อันเป็นที่มาของโรคไข้เลือดออก โดยเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. น.พ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ได้ให้สำนักงานสาธารณสุขทุกจังหวัดดำเนินการควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออก โดยเฉพาะในช่วงเดือนนี้ไปจนถึงเดือน ส.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่มีปริมาณยุงลายมาก รวมทั้งขอความร่วมมือประชาชนสำรวจกำจัดลูกน้ำยุงลายทุก 7 วัน โดยเฉพาะภาชนะที่มีน้ำขังภายในบ้าน ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่ของยุงลาย ต้นเหตุไข้เลือดออก ปลัดกระทรวงสาธารณสุขกล่าวอีกว่า ในปี 2549 ตั้งเป้าหมายจะควบคุมไม่ให้มีลูกน้ำยุงลายตามบ้านเรือนครอบคลุมทุกชุมชนหมู่บ้านให้ได้มากกว่า ร้อยละ 90 ส่วนที่โรงเรียนและที่สถานบริการสาธารณสุขทุกแห่งจะต้องไม่มีลูกน้ำยุงลาย และจะลดอัตราป่วยตลอดปีให้ได้ มากที่สุด โดยในการป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออก ปี 2549 ของกระทรวงสาธารณสุขนั้นแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2548-มี.ค.2549 เป็นช่วงที่ลดอัตราป่วยของผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกให้เหลือน้อยที่สุด ระยะที่ 2 ระหว่างเดือน เม.ย.-พ.ค.2549 เป็นช่วงป้องกันโรคและระยะที่ 3 ระหว่างเดือน มิ.ย.-ก.ย. 2549 เป็นช่วงควบคุมการระบาดของโรคให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด โดยให้ทุกอำเภอเป็นศูนย์กลางการแก้ไขปัญหาโรคไข้เลือดออกโดยมีศูนย์ปฏิบัติการ และทีมควบคุมโรคไข้เลือดออกเคลื่อนที่เร็ว ด้าน น.พ.ธวัช สุนทราจารย์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยถึงสถานการณ์ของโรคไข้เลือดออกในปี 2549 ว่าข้อมูลล่าสุดถึงวันที่ 17 มิ.ย.2549 พบผู้ป่วยทั่วประเทศจำนวน 12,471 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 19.98 ต่อประชากรแสนคน เสียชีวิต 15 ราย โดยภาคกลางพบผู้ป่วยมากที่สุดจำนวน 5,619 ราย เสียชีวิต 5 ราย รองลงมาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบผู้ป่วย 3,398 ราย เสียชีวิต 3 ราย ภาคเหนือพบผู้ป่วย 1,765 ราย เสียชีวิต 2 ราย และภาคใต้พบผู้ป่วย 1,689 ราย เสียชีวิต 5 ราย  

           :- som - เมื่อ : 26/6/06


    ทร. จัด กิจกรรมนำเยาวชนในพื้นที่ จ.นราธิวาส ทัศนศึกษานอกพื้นที่

          กองทัพเรือ จัด กิจกรรมนำเยาวชนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ทัศนศึกษานอกพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างทัศนคติที่ดี มีความเข้าใจที่ถูกต้อง และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบอย่างสันติวิธี พลเรือเอกสถิรพันธ์ เกยานนท์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้การต้อนรับคณะเยาวชนจากพื้นที่จังหวัดนราธิวาส จำนวน 35 คน ที่เดินทางมาทัศนศึกษานอกสถานที่ และเยี่ยมชมโบราณสถานในพระราชวังเดิม ณ กองบัญชาการกองทัพเรือ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร ตามโครงการรวมใจไทยเป็น 1 ของกองทัพเรือ เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม - 6 มิถุนายนนี้ ประกอบด้วย การเยี่ยมชมโบราณสถานพระราชวังเดิม การเยี่ยมชมเรือหลวงจักรีนฤเบศร์ การเยี่ยมชมกิจการของหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน พิพิธภัณฑ์ทหารนาวิกโยธิน ทั้งนี้ เพื่อให้เยาวชนเหล่านี้ได้มีโอกาสเปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้น ได้รับความรู้ประสบการณ์ที่มีคุณค่า และได้เล็งเห็นถึงการอยู่ร่วมกัน ที่ทุกฝ่ายร่วมแรงร่วมใจกันสร้างชุมชนให้มีความเข้มแข็ง และอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ท่ามกลางความหลากหลายของศาสนา และวัฒนธรรม และยึดมั่นในประเทศชาติ สถาบันพระมหากษัตริย์ร่วมกัน และยังได้รับทราบถึงภารกิจในการป้องกันและพัฒนาประเทศ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวนี้ จะทำให้เยาวชนมีทัศนคติที่ดี มีความเข้าใจที่ถูกต้อง และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับกองทัพเรือ และทางราชการในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างสันติวิธีต่อไป  

           :- som - เมื่อ : 2/6/06


    เผยสารพัดพิษควันบุหรี่มือสอง

          แพทย์ พยาบาล เภสัช เผยสารพัดพิษควันบุหรี่มือสอง คนถูกรมควันโดนทำลายน้ำย่อยตับ ป่วยทางจิต ความดัน เบาหวาน ดื้อยา แท้งลูก มะเร็งปอด หลอดเลือดสมองตีบ ด้าน สสส.ปลุกผู้ไม่สูบบุหรี่ปกป้องสิทธิตนเอง ผศ.ดร. ศุภกิจ วงศ์วิวัฒนนุกิจ เครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรมเพื่อการควบคุมการบริโภคยาสูบ กล่าวว่า หลักฐานการวิจัยชี้ชัดว่าควันบุหรี่ มีสารโพลีนิวเคลียร์ อโรมาติกไฮโดรคาร์บอน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง แล้วเหนี่ยวนำให้ตับเพิ่มเอมไซม์ มีผลทำให้ยารักษาโรค มีประสิทธิภาพลดลง อาทิ ยารักษาโรคหืด ยาความดันโลหิตสูง ยาระงับจิตประสาท ยาต้านเลือดแข็งบางชนิด ทำให้ผู้ป่วยควบคุมอาการของโรคไม่ค่อยได้ ต้องเพิ่มขนาดยามากขึ้น “ควันบุหรี่ยังกระทบต่อ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน เพราะนิโคตินทำให้หลอดเลือดส่วนปลายบริเวณผิวหนังของผู้ป่วยหดตัว จึงลดการดูดซึมอินซูลิน ต้องเพิ่มขนาดยาเพื่อคุมระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ แต่คนในครอบครัวสูบ และคนที่ทำงานในสถานบันเทิง จะได้รับผลกระทบไม่น้อยกว่าคนที่สูบ ทำให้การใช้ยาหลายชนิดเพื่อรักษาโรคไม่ได้ผล โรคที่เป็นอยู่เลวลง ผู้ที่สนใจเรื่องผลเสียของควันบุหรี่ และวิธีการเลิกบุหรี่ ติดต่อได้ที่หมายเลข 1600” ผศ. ดร. ศุภกิจ กล่าว ศ. นพ. สมเกียรติ วัฒนศิริชัยกุล เลขาธิการ เครือข่ายวิชาชีพสุขภาพเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ กล่าวว่า การสูบบุหรี่ทำให้เสี่ยงต่อโรคมะเร็งปอด มากกว่าคนทั่วไปถึง 20 เท่า โรคถุงลมโป่งพอง 10 เท่า โรคหัวใจและโรคหลอดเลือดแตกหรือตีบในสมอง 3 เท่า สิ่งน่าห่วงคือ คนที่ไม่ได้สูบ ก็มีสิทธิได้รับความเสี่ยงเหล่านี้เช่นกัน โดยมีงานวิจัยจากทั่วโลกเป็นสิ่งยืนยัน รศ. ดร. ผ่องศรี ศรีมรกต ประธานเครือข่ายพยาบาลต้านบุหรี่และสารเสพติดแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ควันบุหรี่มือสองทำให้หญิงมีครรภ์ มีโอกาสแท้งบุตร หรือคลอดบุตรที่มีน้ำหนักน้อยกว่าปกติ และเด็กอาจผิดปกติ โดยเด็กที่ถูกเลี้ยงดูในครอบครัวที่สูบบุหรี่ มีโอกาสเกิดโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น หอบ หืด ปอดบวม หรือหูอักเสบมากกว่าเด็กที่ไม่ได้อยู่ท่ามกลางควันบุหรี่ ผศ. ดร. สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้อำนวยการ สำนักสนับสนุนการสร้างสุขภาวะและลดปัจจัยเสี่ยงหลัก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก 31 พ.ค. ปีนี้ การรณรงค์เน้นการให้ผู้ไม่สูบบุหรี่ ตระหนักถึงภยันตรายของควันบุหรี่มือสอง และลุกขึ้นมารักษาสิทธิของตนในการ ที่จะหายใจในอากาศบริสุทธิ์ ในที่สาธารณะที่ประกาศเป็นเขตปลอดบุหรี่ตามกฎหมาย ซึ่งผลการสำรวจพบว่า ยังพบการละเมิดสูบบุหรี่อยู่มาก ในที่ห้ามต่าง ๆ เช่น ห้องสุขาสาธารณะ บนรถเมล์ ตู้โทรศัพท์ ห้องสมุด โรงเรียน หรือในส่วนปรับอากาศของสำนักงาน ร้านอาหาร ล็อบบี้โรงแรม สปา เป็นต้น.  

           :- som - เมื่อ : 1/6/06


    เผยคนไทยเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่วันละ 142 คน

          มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ รายงานว่า คนไทยเสียชีวิตจากโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ปีละ 52,000 คน หรือวันละ 142 คน หรือชั่วโมงละ 6 คน ขณะที่ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคอันเนื่องมาจากบุหรี่ปีละ 5 ล้านคน หรือวันละ 13,700 คน จากข้อมูลองค์การอนามัยโลก รายงานถึงจำนวนผู้เสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ พบว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี โดยคำนวณว่าในอีกประมาณ 25 ปีข้างหน้า ทั่วโลกจะมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคอันเนื่องมาจากการสูบบุหรี่สูงขึ้นเป็นปีละ 10 ล้านคน หรือวันละ 27,000 คน หรือนาทีละ 20 คน ซึ่งหมายถึงบุหรี่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของคนทั่วโลกมากกว่าการเสียชีวิตจากโรคเอดส์ วัณโรค อุบัติเหตุ การฆ่าตัวตาย และการเสียชีวิตระหว่างคลอดรวมกันทั้งหมด และจากการวิจัยทางการแพทย์พบว่า อัตราเสี่ยงต่อการป่วยและเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่นั้น สูงกว่าที่เคยคาดไว้ โดยพบว่า 1 ใน 2 หรือครึ่งหนึ่งของผู้สูบบุหรี่ที่เริ่มสูบตั้งแต่วัยรุ่นและสูบต่อไปเป็นประจำจะเสียชีวิตในวัยกลางคน หรือหมายถึงคนเหล่านี้จะมีอายุสั้นกว่าคนทั่วไปถึง 22 ปี  

           :- som - เมื่อ : 1/6/06


จำนวน: 158 ข่าว อยู่หน้า 17 ทั้งหมด 32 หน้า - [|<-]  [<-]  [->]  [->|
ไปหน้า | 1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  |
..............................................................................................................................................................................................
สร้างสรรค์และพัฒนาโดย ศูนย์เทคโนโลยีและการสื่อสาร สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส
Narathiwat Provincial Public Health Office Tel. 0-7353-2056 -65 ต่อ 301
ติดต่อ Webmaster e-mail:sangksm@yahoo.com